ค้นหาบล็อกนี้

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชุม vdo conference สพฐ. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชุม vdo conference สพฐ. แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ขับเคลื่อนสถานศึกษาตามนโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาพ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๖๘

นโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาพ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๖๘

๑. ปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา 
   
๑.๑ ขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา เพื่อการบรรลุเป้าหมาย
๑.๒ ขับเคลื่อนพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ สู่การปฏิบัติ
๑.๓ ปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติสู่การปฏิบัติการพัฒนาที่ยั่งยืนในสังคมร่วมสมัยอย่างมี  ความสุข
๒. จัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และประชาธิปไตย
๒.๑ พัฒนาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และประชาธิปไตย
๒.๒ พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ประชาธิปไตยและส่งเสริมความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สู่ห้องเรียนวิถีใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

๓. ปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ทันสมัยและหลากหลาย
๓.๑ ส่งเสริมให้มีการต่อยอดแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
๓.๒ พัฒนาศักยภาพและคุณลักษณะผู้เรียนตามความถนัด ความสนใจ ด้วยการเรียนรู้
๓.๓ ส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๔. ส่งเสริมการอ่าน เพื่อเป็นวิถีในการค้นหาความรู้และต่อยอดองค์ความรู้ที่สูงขึ้น
๔.๑ ส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
๔.๒ พัฒนาความสามารถด้านการอ่านตามแนวทางการประเมิน PISA 
๕. ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๕.๑ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะด้านการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม การมีจิตอาสา
๕.๒ สร้างผู้นำด้วยกระบวนการลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอื่น ๆ
๕.๓ ส่งเสริมกิจกรรมสภานักเรียน ชุมนุม ชมรม และการมีส่วนร่วมให้เกิดวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน เป็นพลเมืองที่ดี และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์

๖. จัดการศึกษาแบบเรียนรวม
๖.๑ พัฒนาองค์ความรู้ เจตคติและทักษะการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีความต้องการ
๖.๒ สร้างเครือข่ายบูรณาการความร่วมมือช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษระหว่างสถานศึกษากับทีมสหวิชาชีพ
๖.๓ นิเทศ กำกับ ติดตาม โดยร่วมมือกับเครือข่ายในทุกภาคส่วน

๗. จัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
๗.๑ ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนตามพหุปัญญา
๗.๒ พัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษ ด้านคณิตศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านภาษาด้านทัศนศิลป์ ด้านดนตรี ด้านนาฏศิลป์ ด้านกีฬา และด้านอื่น ๆ
๗.๓ ส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้มีความสามารถพิเศษ และ Soft Power อย่างเต็มศักยภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

๘. เสริมสร้างความปลอดภัยของสถานศึกษา
๘.๑ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของสถานศึกษา เพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยอบอุ่น มีความสุข เอื้อต่อการเรียนรู้
๘.๒ สร้างเครือข่ายและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา
๘.๓ สร้างภูมิคุ้มกันผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ให้เข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด
๘.๔ รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ดูแลความปลอดภัยของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านระบบ OBEC Safety Center

๙. เพิ่มโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
๙.๑ พัฒนาระบบการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการดูแลช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยง เด็กตกหล่นเด็กออกกลางคัน เด็กไร้สัญชาติ เด็กพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารและพื้นที่เกาะ ตามความต้องการจำเป็นรายบุคคลเพื่อไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา โดยบูรณาการความร่วมมือกับบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๙.๒ ส่งเสริม สนับสนุนให้เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส
ได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และการฝึกอาชีพที่หลากหลายเหมาะสมตามศักยภาพ เพื่อให้มีทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้

๑๐. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
๑๐.๑ พัฒนาผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารการศึกษาผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรส่วนกลาง ให้เป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ นำนโยบายสู่การปฏิบัติ และมีทักษะในการบริหารสถานการณ์
๑๐.๒ พัฒนาสมรรถนะศึกษานิเทศก์ ในการนิเทศ และการชี้แนะ ( Coaching)
๑๐.๓ พัฒนาสมรรถนะครู ด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เทคโนโลยีดิจิทัล การจัดการเรียนรู้จิตวิญญาณความเป็นครู และทักษะอื่นที่จำเป็น
๑๐.๔ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้และสมรรถนะด้านวิชาการด้านทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
นโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗

ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา
๑. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคล
๑.๑ ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการ การแต่งตั้ง การย้าย การช่วยราชการ และการขอมี
๑.๒ พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
๒. การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
๒.๑ จัดตั้งศูนย์และสถานีแก้หนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ
๒.๒ จัดทำข้อมูลสารสนเทศ และแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
๒.๓ ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
๓. การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
๓.๑ จัดทำแผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
๓.๒ จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
๓.๓ เสนอปรับเกณฑ์อัตรากำลังผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรสายสนับสนุน
๓.๔ จัดทำคำสั่งมอบอำนาจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการแทนโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน ๖๐ คน
๓.๕ จัดทำรูปแบบการบริหารเจ้าหน้าที่ธุรการ ในโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนขยายโอกาส
๓.๖ สร้างและใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ในระบบดิจิทัล และส่งเสริมการใช้ DLTV

๔. ลดภาระการประเมินของสถานศึกษา
๔.๑ สำรวจรายการประเมิน การรายงานข้อมูล และโครงการของสถานศึกษา
๔.๒ จัดทำรูปแบบและแนวทางการประเมินเพื่อลดภาระของสถานศึกษา
๔.๓ ติดตามผลการประเมินตามแนวทางเพื่อลดภาระการประเมินของสถานศึกษา

 

๕. สร้างความตระหนักในการป้องกันการทุจริต
๕.๑ เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๕.๒ สรรหา บรรจุและแต่งตั้ง โยกย้าย ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยึดถือระบบคุณธรรม และความโปร่งใส
๕.๓ จัดซื้อจัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ อาหารกลางวัน อย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง

 

๖. การสื่อสาร และประชาสัมพันธ์องค์กร
๖.๑ พัฒนาการสื่อสารทุกช่องทาง
๖.๒ ติดตามและวิเคราะห์ประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
๖.๓ ผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ สพฐ.
๖.๔ สร้างเครือข่าย และประยุกต์ใช้ AI เพื่อการประชาสัมพันธ์ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง

 

๑. การเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
๑.๑ จัดหาเครื่องมือ พร้อมอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการเรียนรู้
๑.๒ จัดหาระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของสถานศึกษาสุขภาพกายรอบด้าน
๑.๓ พัฒนา ส่งเสริม และขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล ให้แก่ผู้เรียนทุกที่ทุกเวลา

๒. สร้างความเข้มแข็งระบบแนะแนว การชี้แนะ (Coaching) และการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้เรียน
๒.๑ พัฒนาระบบการแนะแนวและการชี้แนะแนวทาง (Coaching)
๒.๒ พัฒนาครูแนะแนวแกนนำ และพัฒนาให้ครูทุกคนให้การแนะแนวนักเรียนได้
๒.๓ ส่งเสริมสุขภาพจิตนักเรียนวิถีใหม่ด้วย School Health Hero และส่งเสริม

๓. ส่งเสริมระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)
๓.๑ พัฒนาระบบการเทียบโอนความรู้ และประสบการณ์เพื่อใช้ในการสะสมหน่วยกิตและผลการเรียนของผู้เรียน ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)
๓.๒ พัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตดิจิทัล
๓.๓ เชื่อมโยง API ระหว่างสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ

๔. ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนคุณภาพ
๔.๑ จัดทำแผนการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ
๔.๒ กำหนดเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนคุณภาพ
๔.๓ สนับสนุนและพัฒนาโรงเรียนคุณภาพที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการเพื่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ

๕. เสริมสร้างทักษะอาชีพ และการมีรายได้ระหว่างเรียน
๕.๑ พัฒนานักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
๕.๒ ส่งเสริมให้นักเรียนทำงานหารายได้ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน
๕.๓ ส่งเสริมประสบการณ์อาชีพของนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
๕.๔ พัฒนาต่อยอดห้องแล็บสอนอาชีพ ในโรงเรียนต้นแบบสหกรณ์โรงเรียน
๕.๕ ส่งเสริมการศึกษาร่วมหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ทวิศึกษา) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

"สภานักเรียน" การขับเคลื่อนประชาธิปไตยฐานราก เพื่อรากฐานประชาธิปไตยไทย


"สภานักเรียน" การขับเคลื่อนประชาธิปไตยฐานราก เพื่อรากฐานประชาธิปไตยไทยที่มั่นคง

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565

มอบนโยบายการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์


สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ขอเชิญรับชมการถ่ายทอดสด“การประชุมมอบนโยบายการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
วันพุธที่ 21 กันยายน 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565

รับฟังการมอบนโยบาย โครงการขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ 2551 เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน


โครงการขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ปีงบประมาณ พ.ศ.2565

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

OBEC Webinar 2021 : การสอนความปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ตด้วยการเรียนเชิงรุก

OBEC 2021 Webinar "การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ยุคปกติใหม่ : มุมมองของผู้...

OBEC Webinar 2021 : การสอนความปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ตด้วยการเรียนเชิงรุก

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน 1-2564

วิธีการจัดการเรียนการสอนจะใช้การเรียนใน 5 รูปแบบ คือ
1. On Site คือการเรียนที่โรงเรียน ซึ่งจะใช้ในโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนที่ไม่มีการระบาดของโรค
2. Online คือการเรียนผ่านระบบออนไลน์
3. On Air คือการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
4. On Demand คือการเรียนผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ และ
5. On Hand เป็นการจัดใบงานหรือแบบฝึกหัดเป็นชุดให้นักเรียนนำไปเรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน โดยมีครูคอยติดตามผลเป็นระยะ

หากโรงเรียนใดสามารถจัดการเรียนในห้องเรียนปกติได้ ให้ใช้การเรียนที่โรงเรียนเป็นฐาน (On Site) แต่หากไม่สามารถสอนในห้องเรียนได้ ให้ดูความพร้อมและความต้องการของนักเรียนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน (17-31 พ.ค.) สพฐ. ได้เตรียมกิจกรรมเสริมทักษะอาชีพ ให้นักเรียนได้เลือกทำตามความสมัครใจ โดยเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับทักษะชีวิต ซึ่งจะไม่มุ่งเน้นเรื่องการวัดประเมินผล แต่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้เข้าไปศึกษาหาความรู้ เช่น เรียนรู้การอยู่อย่างไรในช่วงโควิด-19 ให้มีความปลอดภัย หรือการทำอาหาร ปลูกผักสวนครัว วาดภาพ ทำงานบ้าน ฝึกอาชีพ ก็สามารถทำได้ ในลักษณะเป็นงานอดิเรกสำหรับนักเรียน หรือหากโรงเรียนใดจะใช้โอกาสนี้ในการซักซ้อมการเรียนออนไลน์หรือออนแอร์ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพื่อให้การเปิดภาคเรียนใหม่ในวันที่ 1 มิ.ย. สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา    https://www.obec.go.th/archives/433302
................................................................................


กระทรวงศึกษาธิการ  ได้เตรียมความพร้อมในการจัดการศึกษา โดยได้วางแผนการดำเนินงานออกเป็น  2 ระยะ ดังนี้
  • ระยะที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 17-31 พ.ค. ก่อนเปิดภาคเรียน 11 วันทำการ จะเป็นการเตรียมความพร้อมของทั้งครูและนักเรียน โดยจัดกิจกรรมเสริมความรู้การจัดการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เช่น เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ถึงทักษะชีวิตที่จำเป็นจากเหตุการณ์ร่วมสมัย จัดการเรียนรู้ของจริง ประสบการณ์จริง เพื่อทำให้การเรียนรู้ของเด็กไทยต่อเนื่องไม่หยุดชะงักลง ซึ่ง ศธ.จะจัดทีมพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาแก่ครูในการจัดกิจกรรมตามแนวทางดังกล่าว โดยอาจเริ่มจากประเด็นการเรียนรู้ในเรื่องสถานการณ์โควิดเป็นลำดับแรก
  • ระยะที่สอง ตั้งแต่การเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป จะเป็นการจัดการเรียนรู้ 5 รูปแบบ คือ On-Site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.), On-Air เรียนผ่าน DLTV, On-Demand เรียนผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ, Online เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต, On-Hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือแบบฝึกหัดใบงาน และในรูปแบบผสมผสาน หรืออาจใช้วิธีอื่น ๆ เช่น วิทยุ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่า สถานศึกษาส่วนใหญ่จะเน้นการเรียนที่โรงเรียน หรือ On-Site
ในส่วนการจัดกิจกรรมแบบออนไลน์ ขณะนี้ ศธ.เตรียมจัดทำ Web Portal ขึ้นมาใหม่ เพื่อเสริมแพลตฟอร์มต่างๆ ที่หน่วยงานในสังกัด ศธ.มีอยู่ โดยจะเป็นคลังสื่อ ข้อมูลการเรียนรู้ ตลอดจนรูปแบบการจัดกิจกรรม ซึ่งมีข้อมูลทั้งของ สพฐ.-สช.-สำนักงาน กศน.-สอศ. แบ่งเป็นหัวข้อ - หมวดหมู่ตามความสนใจ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนทุกกลุ่ม ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง สามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบกลาง ส่วนกิจกรรมรูปแบบออฟไลน์ สถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จะเป็นผู้ออกแบบกิจกรรมร่วมกับ ศบค.จังหวัด ซึ่งคิดขึ้นมาจากเหตุการณ์ร่วมสมัย สิ่งสำคัญคือทุกคนสามารถเลือกหัวข้อหรือกิจกรรมที่ต้องการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ ศธ.จะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งต้องให้พื้นที่ประเมินร่วมกับ ศบค.จังหวัดว่าพื้นที่นั้นเหมาะสมกับการเรียนรูปแบบใด โดยมีความมั่นใจและรับประกันได้ว่า เมื่อเปิดเทอมแล้วเด็กทุกคนจะได้เรียนอย่างมีคุณภาพ ครบตามที่หลักสูตรกำหนด


ด้าน On-Site ในพื้นที่ อาจเป็นการจัดการเรียนรู้ทักษะชีวิตซึ่งไม่ได้อยู่ในตำรา โดยนำสถานการณ์จริงมาใช้ในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Active Learning จำลองกระบวนการการเรียนรู้ให้เป็นรูปแบบของรูปแบบการส่งเสริมหลักสูตรสมรรถนะซึ่งจะมีการใช้ในปีการศึกษาหน้า ถือเป็นการเอาเวลาที่มีอยู่เหล่านี้ มาเตรียมความพร้อมให้กับครูและนักเรียนในเรื่องของการใช้สถานการณ์จริง ทั้งนี้ นักเรียนและผู้ปกครองสามารถร่วมกิจกรรมได้ตามความสมัครใจ ไม่มีการให้คะแนนผ่าน/ไม่ผ่าน แต่อย่างใด

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

สรุปการประชุม การขับเคลื่อนการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณ และ Coding




อ้างถึง หนังสือที่ ศธ 04043/36 ลว 7  มกราคม 2564
ตามที่ หนังสือที่อ้างถึง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (video cinference) ณ ห้องปฏิบัติการ สพฐ. (DOC) อาคาร สพฐ. 5 ชั้น 9 กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณ และ Coding
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
การนำ Coding ลงสู่การปฏิบัติในระดับสถานศึกษา ประกอบไปด้วย
1.การเตรียมความพร้อม สำรวจความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน สำรวจความพร้อมด้านบุคลากร และวางแผนการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน
2.การดำเนินงาน กำกับดูแล จัดโครงสร้างพื้นฐาน ส่งบุคลากรเข้ารับการพัฒนา
3.การประเมินผล มุ่งเน้นการประเมินเพื่อพัฒนา สร้างวัฒนธรรมการประเมินอย่างมีส่วนร่วม
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

การขับเคลื่อน Coding ปีงบประมาณ 2563-2564
ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2563  การอบรมออนไลน์ Coding for Teacher (C4T) 

การอบรมออนไลน์หลักสูตรการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณสำหรับครู ปีงบประมาณ 2564 (ไตรมาสที่ 2) 

โดยเป็นหลักสูตร อบรมออนไลน์ ไม่จำกัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่  หลักสูตรการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณสำหรับครู Coding for Teacher (C4T)

ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3
ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6
ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3
ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6

หลักสูตรการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณสำหรับครูขั้นสูง Coding for Teacher Plus (C4TPlus)
หลักสูตรการเขียนโปรแกรม Scratch
หลักสูตรการเขียนโปรแกรมภาษา Python
หลักสูตรวิทยาการข้อมูล (Data Science)

เอกสารประกอบ  

  1. การอบรมออนไลน์ผ่านระบบ Teacherpd.ipst.ac.th
  2. รายละเอียดการขับเคลื่อน CODING การปฏิบัติ
  3. การดําเนินงาน Coding ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สสวท. และ สพฐ.
  4. การขับเคลื่อน Coding ปีงบประมาณ 2563 - 2564
  5. การปฏิรูปการศึกษาที่เข้าถึงตัวผู้เรียน
  6. แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิดเพื่อเชื่อมโยงไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ




วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564

การประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2564


การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ดำเนินการเฝ้าระวังสถานการณ์และใช้มาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด  การจัดการเรียนการสอน มห้เลือก ใน 5 รูปแบบ ให้เหมาะสมกับบริบท  รวมถึงการปิดภาคเรียนยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ยังคงต้องเตรียมความพร้อมและประเมินสถานการณ์ต่อไป โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ 
ได้กำชับเรื่องโครงการอาหารกลางวันในส่วนของงบประมาณที่ได้รับ โดยเฉพาะงบประมาณจากหน่วยงานภายนอก ต้องเข้าไปดูแลให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน รวมถึงการมอบหมายให้ติดตามความคืบหน้าของโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนดีสี่มุมเมือง
...........................................................................................................................................

ด่วนที่สุด!! สพฐ.แจ้งโรงเรียนกรอกข้อมูลติดตามประเมินผลการจัดการเรียนการสอน ภาคเรียนที่ 2/2563 ภายในวันที่ 29 มกราคม 2564 การกรอกข้อมูลตามแบบติดตามการประเมินผลการจัดการเรียนการสอนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ภาคเรียนที่ 2/2563 (เดือนธันวาคม 2563 – มกราคม 2564) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ covid.moe.go.th ที่เว็บไซต์ 
http://covid.moe.go.th/  ภายในวันที่ 29 มกราคม 2564
 แบบติดตามประเมินผลการจัดการเรียนการสอนและการดำเนินการตามมาตรการป้องกันในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ฉบับนี้ กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการติดตามประเมินผลการจัดการเรียนการสอน และการดำเนินการตามมาตรการป้องกันในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ภาคเรียนที่ 2/2563 ของสถานศึกษา จึงขอความร่วมมือสถานศึกษาได้ให้ข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อนำไปจัดทำรายงานผลในภาพรวมต่อไป

............................................................................................................................................

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

การประชุมทางไกล "การบริหารจัดการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน"

การประชุมผ่านระบบทางไกล การบริหารจัดการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน 



สพฐ.แจ้งโรงเรียนเข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล การบริหารจัดการโรงเรียนคุณภาพชุมชน (Video Conference) วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.00 น.  กําหนดจัดการประชุมผ่านระบบทางไกลการบริหาร จัดการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน (Video Conference) มีแนวทางการดําเนินงาน “โรงเรียนคุณภาพของชุมชน ประกอบด้วย

1. การควบรวมเพื่อสร้างโรงเรียนคุณภาพให้ชุมขน
2. การเพิ่มการลงทุนเพื่อยกระดับโรงเรียน สําหรับโรงเรียนที่สามารถดํารงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (ทั้ง Stand Alone และโรงเรียนขนาดกลาง)
3. พัตเนา โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน เกิดการยอมรับในการเปลี่ยนแปลง

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ประชุมทางไกล การสร้างสื่อสารความเข้าใจแนวทางการดำเนินงาน การประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ประชุมทางไกล วันที่ 14 สิงหาคม 2563
การสร้างสื่อสารความเข้าใจแนวทางการดำเนินงาน 

การประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ช่วยแปล