ค้นหาบล็อกนี้

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

บันทึกข้อตกลงลดภาระการประเมินของสถานศึกษา

                                             

                 บันทึกข้อตกลงระหว่าง  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 และผู้อำนวยการสถานศึกษาทุกแห่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายระยะเร่งด่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา  ข้อ 4 ลดภาระการประเมินของสถานศึกษา ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป็นไปตามแนวทางการลดภาระการประเมิน 6ล ในระดับสถานศึกษา ดังนี้
  1. ลด/เลิกโครงการ/กิจกรรมที่ไม่ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียน/มีความซ้ำซ้อน โดยบูรณาการเรื่องที่มีลักษณะคล้ายกัน ใช้ข้อมูลร่วมกัน
  2. ลดปริมาณข้อมูลที่จัดเก็บ/ประเด็นที่ประเมินจากครู เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น
  3. ลด/เลิกการเก็บข้อมูลจากครูในกรณีที่มีระบบการจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบรายงานหรือข้อมูลสารสนเทศ ของสำนักในส่วนกลาง/สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/สถานศึกษาแล้ว
  4. ลด/เลิกการรายงานในรูปแบบกระดาษ/การเขียนด้วยลายมือและให้รายงานผ่านระบบออนไลน์
  5. ลด/เลิกการเตรียมการเพื่อรองรับการประเมิน ทั้งจากการประเมินจากหน่วยงานภายในและภายนอก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงการประเมินต่าง ๆ ของสถานศึกษา เช่นจัดเตรียมเอกสาร การประเมินเพื่อเลื่อนเงินเดือน การประเมินวิทยฐานะ การจัดนิทรรศการ จัดแสดง   ผลงาน  การแสดงของนักเรียน ฯลฯ
  6. ลดความซ้ำซ้อน/ความถี่ของการกำกับ ติดตาม ดังนี้
    1. ลดความถี่การจัดประชุมแบบ Onsite
    2. ปรับรูปแบบเป็นการประชุมออนไลน์
    3. กำหนดปฏิทินทั้งปีในภาพรวมของสถานศึกษาแล้วแจ้งครูในสังกัดรับทราบกำหนดการรับการนิเทศ กำกับ ติดตามล่วงหน้า และครูมีเวลาในการจัดเตรียมข้อมูลและบริหารเวลาเพื่อมิให้กระทบต่อการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
             ทั้งนี้ การรายงาน/การประเมินที่เป็นไปตามความสมัครใจของสถานศึกษา เช่น การประกวดแข่งขัน ๆ และการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน ท้องถิ่น และหน่วยงานต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้เรียนขอให้สถานศึกษาพิจารณาตามความเหมาะสม โดยไม่ให้กระทบต่อการจัดการเรียนการสอน และไม่เป็นภาระงานที่เพิ่มขึ้นของสถานศึกษาและครู
...................................................................................

อ้างอิง
ชื่อเรื่อง:บันทึกข้อตกลงลดภาระการประเมินของสถานศึกษา
เลขที่หนังสือ:ศธ 04043/2187
หนังสือลงวันที่  21 พฤษภาค 2567

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2567

3R ขยะโรงเรียนบ้านหัวดอย

                   

                    ตามหนังสือศาลากลางจังหวัดเชียงราย ที่ ชร ๐๐๑๗.๒/ว๒๑๒๘ ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน  ๒๕๖๖ แจ้งเรื่อง การกำหนดให้การจัดการขยะเป็นวาระเร่งด่วน โดยให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ เห็นชอบแนวทางตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอว่าเนื่องจากปัญหาขยะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของประชาชนจำเป็นจะต้องร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ให้สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเป็นหน่วยงานนำร่องในการดำเนินการบริหารจัดการขยะภายในหน่วยงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องโดยให้ดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่ในระดับต้นทาง เน้นการลดปริมาณขยะ (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และ การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ระดับกลางทาง เน้นการส่งเสริมให้มีการแยกขยะ และระดับปลายทางมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งดำเนินการ กำจัดขยะที่มีอยู่ให้หมดไป และไม่เกิดการตกค้าง รวมทั้งให้จัดหาพื้นที่กำจัดขยะที่ถูกสุขลักษณะโดยใช้วิธีการกำจัดขยะที่เหมาะสมกับขยะแต่ละประเภทตามหลักวิชาการและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


                     การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น :การจัดการเรียนการสอนด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม/การใช้ชีวิตที่เป็นมิตร กับ  สิ่งแวดล้อม/การใช้ทฤษฎีหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง/หลักธรรมในการดำเนินชีวิตที่ไม่เบียดด้วยรูปแบบต่างๆ เช่น การบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ การจัดทำหลักสูตรสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม เป็นต้นโรงเรียนส่งเสริมและเน้นการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยการบูรณาการร่วมกับกลุ่มสาระวิชาพื้นฐานและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งเป็น  5   ด้าน บูรณาการในกลุ่มสาระวิชา  ดังนี้ 
1. ด้านความรู้ความเข้าใจ
  • นักเรียนรู้ถึงแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น
  • นักเรียนรู้จักและเข้าใจชุมชนอย่างถ่องแท้
2. ด้านความตระหนัก
  • นักเรียนไม่เพิกเฉยหรือละเลยในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนักเรียนมีวินัย
  • เคารพกติกาของสังคม 
3. ด้านเจตคติ
  • เกิดกระบวนทัศน์ เชิงนิเวศ” สามารถเข้าใจเหตุที่ส่งผลต่อพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • นักเรียนมีจิตสำนึกรักษ์บ้านเกิดของตนเอง รู้บทบาทหน้าที่และความสามารถของตนเองในการในการใช้ชีวิตอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
4. ด้านทักษะ
  • นักเรียนสามารถดาดการณ์ถึงแนวโน้มสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมของชุมชนได้
  • นักเรียนมีพฤติกรรมเลือกซื้อเลือกใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • นักเรียนมีความเป็นผู้นำในการเข้าร่วมกิจกรรมการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5. ด้านการมีส่วนร่วม
  • นักเรียนติดตามข่าวสารและปัญหาสิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจ และสังคมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
  • นักเรียนกล้าแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมบนหลักประชาธิปไตย
  • นักเรียนมีส่วนร่วมในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ  แก้ปัญหาสภาพแวดล้อมร่วมกับชุมชน มีจิตอาสาดูแลสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นของตนเอง และสภาพแวดล้อมโลก

วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566

ลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ


ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรคัดสรรผลงาน ที่แสดงถึงพัฒนาการ และสมรรถนะของตนเองใส่ลงในแฟ้มสะสมผลงานดิจิทัล (web) ตามจุดมุ่งหมาย PA โดยอาจดำเนินการในรูปแบบสื่อดิจิทัล เช่น วีดิทัศน์ ภาพถ่าย เพลง เป็นต้น

 หลักการและแนวปฏิบัติ “ลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ” ตามนโยบายเรียนดี มีความสุข จากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) ได้ประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 ด้วยมุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ โดยเน้นให้ผู้เรียน “เรียนดี มีความสุข” ใช้หลักการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ตามคำกล่าว “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” และกำหนดแนวทางให้หน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ นำไปใช้ในการขับเคลื่อนนโยบาย คือ ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา และลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง

ในการนี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา และลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง โรงเรียนบ้านหัวดอย  ได้จัดทำแนวทาง “การลดภาระงานเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ” สำหรับครูผู้สอนใช้เป็นแนวทางในการมอบทักษะสมรรถนะวิชาชีพครูผู้สอนให้มีความเหมาะสม และใช้การบ้านเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนรู้และประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ลดการบ้านมีช่องทางการสื่อสารอย่างเหมาะสม เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างสูงสุด 

หลักการพัฒนาตนเองเพิ่มสมรรถนะทางวิชาชีพ

  1. ลดการอบรม  ภาระงานที่ทำนอกเวลาราชการหรือที่บ้าน โดยเน้นให้ปฏิบัติกิจกรรมให้เสร็จในเวลาราชการ

  2. มอบหมายการอบรมและพัฒนาเฉพาะวิชาที่เป็นทักษะที่จำเป็น เช่น การอบรมพร้อมลงมือปฏิบัติโดยใช้สื่อดิจิทัล โดยสามารถให้กรอบการอบรมเหมาะสมได้เท่าที่จำเป็น โดยเน้นการส่งเสริมการสร้างสื่อ สร้างช่องทางการเรียนการสอน  ช่องทางการประกอบกิจกรรมบนสื่อออนไลน์  

  3. บูรณาการ  การอบรมพัฒนา ทั้งภายในรายวิชาที่สอนและข้ามรายวิชา โดยให้เป็นภาระงานเดียว ตามความเหมาะสมกับสมรรถนะของครูและสมรรถนะของผู้เรียน

เพิ่มการเรียนรู้ด้วยตนเอง   ปรับกระบวนพัฒนาตนเอง ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์  เพื่อพัฒนากระบวนการบริหารจัดการ  และการเรียนการสอน  ที่เน้นให้นักเรียนคิด ปฏิบัติ  ผ่านสถานการณ์จริง  ส่งเสริมกระบวนการคิดการแสวงหาความรู้ (Active Learning) เพือลดเวลาการสอนของครูในห้องเรียนให้น้อยลง โดยเพิ่มเวลาให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น

แนวปฏิบัติ “ลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ” โดยมอบหมายภาระงาน ให้เหมาะสมเท่าที่จำเป็น  ตามจุดเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ  การบริหารจัดการหน่วยงานภาครัฐ 

เพื่อให้การพัฒนาตนเองมีความสำคัญและฝึกหรือทบทวนอย่างมีเป้าหมาย รวมทั้งกำหนดแนวทางการตรวจสอบผลการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครู  จากคุณลักษณะหรือ ธรรมมาภิบาลของบุคลากรและการทำงานในองค์กร  เพื่อทดแทนการอบรมที่ไม่สามารถลงทะเบียนกับต้นสังกัดได้ทันเวลาอย่างเหมาะสม และตามความจำเป็น

  1. ตรวจสอบปริมาณงานและภาระงานอื่นๆ ของครูรายบุคคล เพื่อให้การมอบหมายการงานมีความเหมาะสมกับระยะเวลาที่ใช้ในการทำงานอื่นของครูและบุคลากรแต่ละบุคคลตามภาระหน้าที่

  2. บูรณาการเนื้อหาการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองที่ใกล้เคียงกัน ทั้งภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้และระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อทำให้ภาระงานลดลงร้อยละ 10-20 ครูและบุคลากรมีเวลาในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองตามความสนใจมากขึ้น

  3. วางแผนกำหนดช่วงเวลาให้ PLC และการพัฒนาตนเอง  เป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงความทับซ้อน ทั้งด้านปริมาณและระยะเวลาที่ใช้ในการทำการบ้าน การสอบ ตลอดจนพิจารณาความเหมาะสมตามภาระหน้าที่ของแต่ละบุคคล

  4. ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้มีความเชื่อมโยงและต่อเนื่องกันระหว่างช่วงเวลาที่บุคลากรสามารถพัฒนาตนเองได้ในช่วงเวลาว่างที่โรงเรียนและที่บ้าน ตัวอย่างเช่น เนื้อหาที่เป็นแนวคิดหรือหลักการ จำเป็นต้องใช้การทำความเข้าใจและการอธิบายเพิ่ม ควรเป็นช่วงเวลาที่ครูสามารถ PLC ร่วมกันได้  จากนั้นมอบหมายให้ครูปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ต่อเนื่องที่บ้าน  หัวเรื่องการพัฒนาตนเองที่มอบหมายควรต่อเนื่องกับเรื่องที่เรียนมาแล้ว ซึ่งครูสามารถเรียนรู้และทบทวนได้ด้วยตัวเอง และมีความจำเป็นต่อการเรียนรู้ของนักเรียน

  5. ประเมินเท่าที่จำเป็น โดยเน้นการประเมินเพื่อปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอน ให้เน้นวัดทักษะการคิดขั้นสูง ที่ประกอบด้วยสถานการณ์ที่ส่งเสริมให้มีการคิดวิเคราะห์ มีข้อคำถามที่ยั่วยุให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ตัดสินใจ และคิดสร้างสรรค์ โดยเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรเขียนแสดงเหตุผล แนวคิด หรือหลักการตามความเหมาะสมในแต่ละบุคคล

  6. จัดเตรียมแหล่งเรียนรู้ สำหรับครูศึกษาค้นคว้าที่หลากหลาย โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้

วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566

แนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน


แนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน

  1. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ถือเรื่องการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็น "วาระแห่งชาติ" ที่จะต้องให้ความสำคัญในการบูรณาการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการในพื้นที่อย่างจริงจัง และต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยใช้แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐เป็นกรอบแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และจัดทำแผนงาน มาตรการการดำเนินงานให้สอดคล้องกับภารกิจ อำนาจ หน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน โดยเน้นมาตรการเชิงรุกในการจัดการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ทั้งด้านคน ด้านถนน ด้านยานพาหนะ และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ๑๒ คน ต่อแสนประชากร ภายในปี ๒๕๗๐
  2. ในระดับพื้นที่ให้ใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เน้นการใช้มาตรการชุมชน มาตรการทางสังคม อาทิ "เคาะประตูบ้าน" "ด่านชุมชน" "ด่านครอบครัว" เพื่อป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงหลักการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
  3. ให้จังหวัดร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัด บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่องตลอดทั้งปี ควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีความตระหนัก มีจิตสำนึก และมีความรับผิดชอบต่อสังคมในการใช้รถใช้ถนน
  4. ให้ทุกภาคส่วนบูรณาการข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน ให้เป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นการป้องกันและลดความเสี่ยงในบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เช่น ทางตรง ทางโค้ง ทางร่วมทางแยก และทางคับขัน เพื่อลดความสูญเสียและความเสียหายของผู้ใช้รถใช้ถนน
  5. ให้ทุกภาคส่วนเสริมสร้าง ปลูกฝัง สร้างความตระหนักรู้ และจิตสำนึกอย่างจริงจัง และต่อเนื่องจนเกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยด้านการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัยในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขับเคลื่อนการป้องกันและลดพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ให้สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือโดยสาร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รวมถึงกำหนดมาตรการองค์กรในพื้นที่ส่วนราชการให้เป็นพื้นที่สวมหมวกนิรภัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยให้ความสำคัญกับอำเภอที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงเป็นอันดับแรก

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ประเด็นท้าทาย 2567 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา


ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การบริหารจัดการสถานศึกษาและคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)

ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อตอบสนองสถานศึกษาปลอดภัยของโรงเรียนบ้านหัวดอย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1

1. สภาพปัจจุบัน
นโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งเน้นเรื่องความปลอดภัยโดยกำหนดความปลอดภัยไว้ 4 ด้านคือ
  1. ความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ 
  2.  ความปลอดภัยด้านการดำรงชีวิต 
  3.  ความปลอดภัยด้านภัยพิบัติ 
  4.  ความปลอดภัยด้านการเดินทาง โดยสถานศึกษาต้องบริหารจัดการ ระดมทรัพยากร ระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียน ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกคนครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน

                     โรงเรียนบ้านหัวดอย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการสนองตามนโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 1 หน่วยงานต้นสังกัด โดยโรงเรียนบ้านหัวดอยมีการพัฒนาระบบสารสนเทศ ประชาสัมพันธ์ภารงาน กิจกรรมต่าง ๆให้กับหน่วยงานต้นสังกัด ผู้ปกครอง ชุมชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งสนับสนุนงานด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการแก่ผู้เรียน บุคลากรในโรงเรียนและชุมชน


            ด้วยเหตุนี้ทางโรงเรียนบ้านหัวดอย จึงได้ทำการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อตอบสนองสถานศึกษาปลอดภัยของโรงเรียนบ้านหัวดอย เพื่อจัดทำ รวบรวมสื่อการเรียนรู้ ช่องทางการประชาสัมพันธ์ ช่วยอำนวยความสะดวก ปรับปรุงคุณภาพพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลข่าวสาร พร้อมให้บริการ เพิ่มความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการ และช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับผู้บริหาร ครู นักเรียน ชุมชน ผู้ปกครองที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา ให้มีชีวิตอย่างมีคุณภาพ

1. การเรียนรู้   ปรับปรุงการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องโดยการเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยสํารวจแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการรับรองแล้ว และมีแนวโน้มซึ่งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ของผู้เรียน
  • กําหนดเป้าหมายการเรียนรู้ เพื่อสํารวจและประยุกต์ใช้วิธีการสอนที่เป็นไปได้โดยเทคโนโลยีและสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของผู้เรียนและผู้สอน
  • ติดตามความสนใจทางวิชาชีพโดยการสร้างและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในเครือข่ายการเรียนรู้ในโรงเรียนและเครือข่ายการศึกษาในท้องถิ่น หรือเครือข่ายการศึกษาระหว่างประเทศ
  • ติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการวิจัยที่สนับสนุนผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่ดีขึ้นรวมถึงผลการวิจัยจากวิทยาศาสตร์การเรียนรู้


2. การเป็นผู้นำ  แสวงหาโอกาสในการเป็นผู้นําด้านเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถและความสําเร็จของครูและนักเรียน และเพื่อปรับปรุงการบวนการเรียนการสอน
  • กําหนดพัฒนาและสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันสําหรับการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการศึกษา
  • สนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีการศึกษาเนื้อหาดิจิทัล และโอกาสในการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกันเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักเรียนทุกคน
  • สร้างเครื่องมือสําหรับการทำงานร่วมงาน เพื่อการบันทึกข้อมูล การสํารวจ การประเมิน การดูแลและการนําทรัพยากรดิจิทัลและเครื่องมือใหม่สําหรับการเรียนรู้มาใช้

3.การเป็นพลเมือง  สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนมีส่วนร่วมในเชิงบวกและมีส่วนร่วมอย่างมีความรับผิดชอบในโลกดิจิทัล
  • สร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในเชิงบวกรับผิดชอบต่อสังคมและแสดงพฤติกรรมที่เห็นอกเห็นใจทางออนไลน์ที่สร้างความสัมพันธ์และชุมชน
  • สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความอยากรู้อยากเห็น และการตรวจสอบทรัพยากรออนไลน์อย่างมีวิจารณญาณและส่งเสริมการรู้เท่าทันดิจิทัลและความคล่องแคล่วของสื่อ
  • ให้คําปรึกษาแก่ครู-บุคลากร รวมถึงนักเรียนในการปฏิบัติที่ปลอดภัย ถูกกฎหมายและมีจริยธรรมด้วยเครื่องมือดิจิทัลและการคุ้มครองสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญา
  • สร้างโมเดลและส่งเสริมการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลประจําตัวดิจิทัลและปกป้องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลนักเรียน

4.ผู้ร่วมงาน   อุทิศเวลาเพื่อทํางานร่วมกับทั้งเพื่อนร่วมงานและนักเรียนเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติค้นพบและแบ่งปันทรัพยากรและแนวคิดและแก้ปัญหา
  1. อุทิศเวลาการวางแผนเพื่อทํางานร่วมกับเพื่อนร่วมงานเพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่แท้จริงที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี
  2. ทํางานร่วมกันและเรียนรู้ร่วมกับนักเรียนเพื่อค้นหาและใช้ทรัพยากรดิจิทัลใหม่ ๆ และวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาด้านเทคโนโลยี
  3. ใช้เครื่องมือการทํางานร่วมกันเพื่อขยายประสบการณ์การเรียนรู้ในโลกแห่งความเป็นจริงที่แท้จริงของนักเรียนโดยการมีส่วนร่วมแบบเสมือนจริงกับผู้เชี่ยวชาญทีม และนักเรียนทั้งในโรงเรียนและการศึกษาอื่น
  4. แสดงความสามารถทางวัฒนธรรมเมื่อสื่อสารกับนักเรียนผู้ปกครองและเพื่อนร่วมงานและมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขาในฐานะผู้ทํางานร่วมกันในการเรียนรู้ของนักเรียน



5.ผู้ออกแบบ  ออกแบบกิจกรรมและสภาพแวดล้อมที่ขับเคลื่อนด้วยผู้เรียนอย่างแท้จริงซึ่งรับรู้และรองรับความแปรปรวนของผู้เรียน
  • ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้าง ปรับตัว และปรับแต่งประสบการณ์การเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่เป็นอิสระและรองรับความแตกต่างและความต้องการของผู้เรียน
  • ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่แท้จริงที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านเนื้อหาและใช้เครื่องมือและทรัพยากรดิจิทัลเพื่อเพิ่มการเรียนรู้เชิงลึกและกระตือรือร้นสูงสุด
  • สํารวจและประยุกต์ใช้หลักการออกแบบการเรียนการสอนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ดิจิทัลที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีส่วนร่วมและสนับสนุนการเรียนรู้

6. กระบวนการ  อํานวยความสะดวกในการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนความสําเร็จของนักเรียนตามมาตรฐาน การศึกษา สําหรับนักเรียน
  • ส่งเสริมวัฒนธรรมที่นักเรียนเป็นเจ้าของเป้าหมายการเรียนรู้ และผลลัพธ์ทั้งในสภาพแวดล้อมอิสระและการทำงานเป็นกลุ่ม
  • จัดการการใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์การเรียนรู้ของนักเรียนในแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งสภาพแวดล้อมเสมือนจริง หรือภาคสนาม
  • สร้างโอกาสการเรียนรู้ที่ท้าทายให้นักเรียนใช้กระบวนการออกแบบและการคิดเชิงคํานวณเพื่อสร้างสรรค์และแก้ปัญหา
  • สร้างเครื่องมือและบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์เพื่อสื่อสารความคิดความรู้หรือการเชื่อมต่อ (นักข่าวรุ่นจิ๋ว)

  •  

7. การวิเคราะห์  เข้าใจและใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนการเรียนการสอนและสนับสนุนนักเรียนในการบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้
  • จัดหาทางเลือกสําหรับนักเรียนในการแสดงความสามารถและไตร่ตรองการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี
  • ใช้เทคโนโลยีในการออกแบบและดําเนินการประเมินเชิงโครงสร้างและแบบสรุปที่หลากหลายเพื่อรองรับความต้องการของผู้เรียนให้ข้อเสนอแนะแก่นักเรียนอย่างทันท่วงทีและแจ้งการเรียนการสอน
  • ใช้ข้อมูลการประเมินเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและสื่อสารกับนักเรียนผู้ปกครองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการศึกษา เพื่อสร้างทิศทางการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน


วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ขับเคลื่อนสถานศึกษาตามนโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาพ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๖๘

นโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาพ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๖๘

๑. ปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา 
   
๑.๑ ขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา เพื่อการบรรลุเป้าหมาย
๑.๒ ขับเคลื่อนพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ สู่การปฏิบัติ
๑.๓ ปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติสู่การปฏิบัติการพัฒนาที่ยั่งยืนในสังคมร่วมสมัยอย่างมี  ความสุข
๒. จัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และประชาธิปไตย
๒.๑ พัฒนาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และประชาธิปไตย
๒.๒ พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ประชาธิปไตยและส่งเสริมความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สู่ห้องเรียนวิถีใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

๓. ปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ทันสมัยและหลากหลาย
๓.๑ ส่งเสริมให้มีการต่อยอดแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
๓.๒ พัฒนาศักยภาพและคุณลักษณะผู้เรียนตามความถนัด ความสนใจ ด้วยการเรียนรู้
๓.๓ ส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๔. ส่งเสริมการอ่าน เพื่อเป็นวิถีในการค้นหาความรู้และต่อยอดองค์ความรู้ที่สูงขึ้น
๔.๑ ส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
๔.๒ พัฒนาความสามารถด้านการอ่านตามแนวทางการประเมิน PISA 
๕. ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๕.๑ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะด้านการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม การมีจิตอาสา
๕.๒ สร้างผู้นำด้วยกระบวนการลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอื่น ๆ
๕.๓ ส่งเสริมกิจกรรมสภานักเรียน ชุมนุม ชมรม และการมีส่วนร่วมให้เกิดวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน เป็นพลเมืองที่ดี และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์

๖. จัดการศึกษาแบบเรียนรวม
๖.๑ พัฒนาองค์ความรู้ เจตคติและทักษะการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีความต้องการ
๖.๒ สร้างเครือข่ายบูรณาการความร่วมมือช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษระหว่างสถานศึกษากับทีมสหวิชาชีพ
๖.๓ นิเทศ กำกับ ติดตาม โดยร่วมมือกับเครือข่ายในทุกภาคส่วน

๗. จัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
๗.๑ ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนตามพหุปัญญา
๗.๒ พัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษ ด้านคณิตศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านภาษาด้านทัศนศิลป์ ด้านดนตรี ด้านนาฏศิลป์ ด้านกีฬา และด้านอื่น ๆ
๗.๓ ส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้มีความสามารถพิเศษ และ Soft Power อย่างเต็มศักยภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

๘. เสริมสร้างความปลอดภัยของสถานศึกษา
๘.๑ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของสถานศึกษา เพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยอบอุ่น มีความสุข เอื้อต่อการเรียนรู้
๘.๒ สร้างเครือข่ายและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา
๘.๓ สร้างภูมิคุ้มกันผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ให้เข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด
๘.๔ รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ดูแลความปลอดภัยของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านระบบ OBEC Safety Center

๙. เพิ่มโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
๙.๑ พัฒนาระบบการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการดูแลช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยง เด็กตกหล่นเด็กออกกลางคัน เด็กไร้สัญชาติ เด็กพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารและพื้นที่เกาะ ตามความต้องการจำเป็นรายบุคคลเพื่อไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา โดยบูรณาการความร่วมมือกับบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๙.๒ ส่งเสริม สนับสนุนให้เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส
ได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และการฝึกอาชีพที่หลากหลายเหมาะสมตามศักยภาพ เพื่อให้มีทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้

๑๐. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
๑๐.๑ พัฒนาผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารการศึกษาผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรส่วนกลาง ให้เป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ นำนโยบายสู่การปฏิบัติ และมีทักษะในการบริหารสถานการณ์
๑๐.๒ พัฒนาสมรรถนะศึกษานิเทศก์ ในการนิเทศ และการชี้แนะ ( Coaching)
๑๐.๓ พัฒนาสมรรถนะครู ด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เทคโนโลยีดิจิทัล การจัดการเรียนรู้จิตวิญญาณความเป็นครู และทักษะอื่นที่จำเป็น
๑๐.๔ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้และสมรรถนะด้านวิชาการด้านทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
นโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗

ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา
๑. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคล
๑.๑ ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการ การแต่งตั้ง การย้าย การช่วยราชการ และการขอมี
๑.๒ พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
๒. การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
๒.๑ จัดตั้งศูนย์และสถานีแก้หนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ
๒.๒ จัดทำข้อมูลสารสนเทศ และแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
๒.๓ ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
๓. การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
๓.๑ จัดทำแผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
๓.๒ จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
๓.๓ เสนอปรับเกณฑ์อัตรากำลังผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรสายสนับสนุน
๓.๔ จัดทำคำสั่งมอบอำนาจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการแทนโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน ๖๐ คน
๓.๕ จัดทำรูปแบบการบริหารเจ้าหน้าที่ธุรการ ในโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนขยายโอกาส
๓.๖ สร้างและใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ในระบบดิจิทัล และส่งเสริมการใช้ DLTV

๔. ลดภาระการประเมินของสถานศึกษา
๔.๑ สำรวจรายการประเมิน การรายงานข้อมูล และโครงการของสถานศึกษา
๔.๒ จัดทำรูปแบบและแนวทางการประเมินเพื่อลดภาระของสถานศึกษา
๔.๓ ติดตามผลการประเมินตามแนวทางเพื่อลดภาระการประเมินของสถานศึกษา

 

๕. สร้างความตระหนักในการป้องกันการทุจริต
๕.๑ เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๕.๒ สรรหา บรรจุและแต่งตั้ง โยกย้าย ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยึดถือระบบคุณธรรม และความโปร่งใส
๕.๓ จัดซื้อจัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ อาหารกลางวัน อย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง

 

๖. การสื่อสาร และประชาสัมพันธ์องค์กร
๖.๑ พัฒนาการสื่อสารทุกช่องทาง
๖.๒ ติดตามและวิเคราะห์ประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
๖.๓ ผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ สพฐ.
๖.๔ สร้างเครือข่าย และประยุกต์ใช้ AI เพื่อการประชาสัมพันธ์ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง

 

๑. การเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
๑.๑ จัดหาเครื่องมือ พร้อมอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการเรียนรู้
๑.๒ จัดหาระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของสถานศึกษาสุขภาพกายรอบด้าน
๑.๓ พัฒนา ส่งเสริม และขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล ให้แก่ผู้เรียนทุกที่ทุกเวลา

๒. สร้างความเข้มแข็งระบบแนะแนว การชี้แนะ (Coaching) และการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้เรียน
๒.๑ พัฒนาระบบการแนะแนวและการชี้แนะแนวทาง (Coaching)
๒.๒ พัฒนาครูแนะแนวแกนนำ และพัฒนาให้ครูทุกคนให้การแนะแนวนักเรียนได้
๒.๓ ส่งเสริมสุขภาพจิตนักเรียนวิถีใหม่ด้วย School Health Hero และส่งเสริม

๓. ส่งเสริมระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)
๓.๑ พัฒนาระบบการเทียบโอนความรู้ และประสบการณ์เพื่อใช้ในการสะสมหน่วยกิตและผลการเรียนของผู้เรียน ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)
๓.๒ พัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตดิจิทัล
๓.๓ เชื่อมโยง API ระหว่างสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ

๔. ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนคุณภาพ
๔.๑ จัดทำแผนการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ
๔.๒ กำหนดเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนคุณภาพ
๔.๓ สนับสนุนและพัฒนาโรงเรียนคุณภาพที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการเพื่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ

๕. เสริมสร้างทักษะอาชีพ และการมีรายได้ระหว่างเรียน
๕.๑ พัฒนานักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
๕.๒ ส่งเสริมให้นักเรียนทำงานหารายได้ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน
๕.๓ ส่งเสริมประสบการณ์อาชีพของนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
๕.๔ พัฒนาต่อยอดห้องแล็บสอนอาชีพ ในโรงเรียนต้นแบบสหกรณ์โรงเรียน
๕.๕ ส่งเสริมการศึกษาร่วมหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ทวิศึกษา) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ประกาศที่ตั้งศูนย์ประสานงานรับนักเรียน ปีการศึกษา 2567

 

            
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติ เกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา2567 เพื่อให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใช้เป็นนโยบายและแนวปฏิบัติการดำเนินงานเกี่ยวกับการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2567 อย่างเคร่งครัด

            

           สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน  ปีการศึกษา 2567 เพื่ออำนวยความสะดวก ช่วยเหลือ ประสานงานให้ข้อเสนอแนะ รับข้อร้องเรียน ร้องทุกข์ และทำความเข้าใจแก่นักเรียนและผู้ปกครอง รวมทั้งจัดหาที่เรียน  ให้แก่นักเรียน (กรณีเด็กไม่มีที่เรียน) ตลอดจนแก้ปัญหาต่าง ๆ อันจะเกิดขึ้นในการรับนักเรียน 

       
         โรงเรียนบ้านหัวดอย ประชาสัมพันธ์การรับนักเรียน การจัดตั้งศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2567 ของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 
ให้นักเรียน ผู้ปกครอง และสาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

คู่มือการใช้งานผลิตภัณฑ์และแอปของ Microsoft ที่โรงเรียน

ตั้งค่าการรับรองความถูกต้องให้กับบัญชีที่โรงเรียนหรือที่โรงเรียนของคุณ ตั้งค่ารหัสผ่านของคุณเอง ตั้งค่าและเข้าร่วมอุปกรณ์ ตั้งค่าแอป Microsoft Authenticator และใช้พอร์ทัล บัญชีของฉัน และ แอปของฉัน

ประโยชน์ของการสมัครใช้งาน Microsoft 365
ตั้งค่าแอปMicrosoft Authenticatorแอป
พอร์ทัลบัญชีของฉันในบัญชีผู้ใช้ของที่โรงเรียนหรือที่ที่โรงเรียน
จัดการข้อมูลความปลอดภัยของคุณ
ค้นหาและเริ่มแอปในแอปของฉัน
เลือกวิธีการตรวจสอบสองขั้นตอน
รีเซ็ตรหัสผ่านของคุณเอง

วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2566

แนวทางการให้ความรู้นักเรียน-สนับสนุนการศึกษา



1. รับเรื่องที่สำคัญตามนโยบายจากต้นสังกัด
2. รวบรวมข้อมูลข่าวสารสื่อ โดยทำเป็นดัชนีหัวเรื่องในการให้ความรู้นักเรียนทุกวัน
3. บันทึกรวบรวมหัวข้อที่ครูให้ความรู้เป็นระบบ

ผลการดำเนินงาน
สามารถจัดทำดัชนีตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับนโยบายของการศึกษา ทำตามเหตุการณ์ การรวบรวมและเตรียมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งต่อความรู้ให้กับนักเรียน



















แนวทาง

1. รับเรื่องที่สำคัญตามนโยบายจากต้นสังกัด
2. รวบรวมข้อมูลข่าวสารสื่อ โดยทำเป็นดัชนีหัวเรื่องในการให้ความรู้นักเรียนทุกวันหน้าเสาธง
3. บันทึกรวบรวมหัวข้อที่ครูให้ความรู้หน้าเสาธงเป็นระบบ

ผลการดำเนินงาน
สามารถจัดทำดัชนีตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับนโยบายของการศึกษา ทำตามเหตุการณ์ การรวบรวมและเตรียมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งต่อความรู้ให้กับนักเรียน

  

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566

ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน


     

                    นายประพจน์  เทวะนัง ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านหัวดอย  เป็นประธารการประชุมหารือการจัดกิจกรรมและการจัดการสถานศึกษา โดย นายสังวาลย์ คำจันทร์  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหัวดอย รายงานผลการดำเนินงานและแจ้งข้อราชการ อาทิเช่น นโยบายและจุดเน้นการศึกษา ความปลอดภัย การรับนักเรียน โครงการอาหารกลางวัน การรับนักเรียนปีการศึกษา 2566  หนังสือเรียนฟรี  การจัดงานกีฬาการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566  การสอบ ONET-NT-RT การเรียนต่อของนักเรียนหลังจากจบการศึกษาภาคบังคับ และกิจกรรมอื่น ๆ ในวันที่ 10 มกราคม  2566 ณ  ห้องประชุมดอยคำ โรงเรียนบ้านหัวดอย




ช่วยแปล